วงการ
สัตว์เลื้อยคลานในต่างประเทศนั้นถือว่าอยู่ในช่วง "บูม" ก็ว่าได้ สำหรับในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ส่วนในไทย ช่วง2-3ปีนี้ก้อเรียกว่าบูมได้เหมือนกันนะ) เป็นเพราะว่าจำนวนคนที่หันมาเลี้ยงสัตว์พวกนี้มีมากขึ้น อย่างน่าดีใจ และผู้ปกครองหรือพ่อ
แม่ ส่วนใหญ่ก็หันมาทำความเข้าใจกับ
โลกยุคปัจจุบันมากขึ้น ไม่ได้มองว่าสัตว์เหล่านี้ เป็นสัตว์ที่น่ากลัวอีกต่อไป และด้วยจำนวนชนิดและสายพันธุ์ของสัตว์เลื้อยคลาน ที่มีมากมายเหลือเกินในตลาด เจ้าตัวไหนล่ะ? ที่เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมกับมือใหม่ หรือผู้ที่คิดจะเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานเป็นตัวแรก
การที่จะบอกว่าสัตว์เลื้อยคลานตัวไหน เหมาะกับมือใหม่เนี่ย สัตว์ตัวนั้นน่าจะเป็น สัตว์ที่ดูแลง่าย และที่สำคัญต้องเข้ากับภูมิอากาศในที่เลี้ยงนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี สิ่งที่สำคัญอีกอย่างนึงก็คือ ขนาด แน่นอนสำหรับมือใหม่การเลี้ยงสัตว์ตัวเล็กๆ ย่อมทำการดูแลและรักษาได้ง่ายกว่าสัตว์ตัวใหญ่ๆ อีกอย่างนึงที่สำคัญคือ สัตว์ควรมีนิสัยค่อนข้างเชื่อง แน่นอนว่าสัตว์เลื้อยคลานทุกตัว ไม่ชอบเมื่อเราสัมผัสหรือจับมัน แต่สัตว์สำหรับมือใหม่ก็ควรเป็น สัตว์ที่จับแล้วไม่กัด สามารถคอนโทรลการจับได้ง่าย ส่วนเรื่อง
อาหารนั้น เป็นเรื่องที่จะมองข้ามไม่ได้เป็นอันขาด
ควรเลือกสัตว์ที่กินง่ายและอยู่ง่าย ควรเป็นสัตว์ที่เราสามารถหาอาหารของมันได้อย่างสะดวก ไม่ใช่เลี้ยงงูแล้วเห็นมันกินไก่ได้ ก็ให้กินไก่อยุ่อย่างงั้นแหละ เพราะ ประหยัด แถมไม่ต้องไปนั่งซื้อหนู ถ้าคุณทำยังงี้ ก็คิดซะเลยว่า คุณได้ทรมาน ชีวิตน้อยๆชีวิตนึงไปแล้ว
1.
The Corn Snake
Corn Snakeหรือเจ้างูข้าวโพด..... เป้นงูที่เรียกได้ว่า ป๊อปปูล่าร์ อยุ่ตลอดเวลา ด้วยท่าทาง สีสัน และที่สำคัญความเชื่องของมัน ทำให้เป็นงูตัวแรกๆของใครหลายๆคน นอกจากสิ่งเหล่านี้จะทำให้มันเป็นที่นิยมแล้ว ความอยุ่ง่ายของมัน เป็นปัจจัยสำคัญเลยที่ทำให้มัน เป็นงูที่ฮิตตลอดกาล คอร์นเสน็คนั้น สามารถปรับตัวเข้ากับอากาศและสถานที่เลี้ยงได้เป็นอย่างดี
เราจึงไม่ค่อยพบปัญหาในงูตัวนี้เท่าไหร่ อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับคอร์น สเน้คนั้น คือ 75-86F สำหรับการดูแลเจ้างูตัวนี้นั้นไม่ยากเลยคับ งูคอร์นขนาดโตเต็มที่สามารถอาศัยอยู่ในตู้ขนาด 20 แกลลอนได้สบายๆ การให้อาหาร ควรให้หนูที่มีขนาดไม่ใหญ่กว่าหัวงุมากเกินไปนัก อาทิตย์
ละครั้ง และมีถ้วยน้ำสะอาดในที่เลี้ยงตลอดเวลา แถมด้วยhide boxอีกสักนิด ด้วยการดูแลง่ายๆอย่างนี้นี่เอง ทำให้เจ้างุตัวนี้ เป็นหนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่เหมาะกับมือใหม่ครับ
2.
The Leopard Gecko
Leopard Gecko หรือตุ๊กแกเสือดาว.... เป็นสัตว์จำพวกlizardที่นิยมนำไปเลี้ยงมากที่สุดชนิดหนึ่ง ด้วยสีสันที่สวยงามของมัน และขนาดที่พอเหมาะพอดี จึงไม่น่าแปลกใจที่มันจะเป็นสัตว์ตัวนึงที่น่าเลี้ยงมากๆเลยทีเดียว การกินอยู่ของมันก็ไม่ยุ่งยาก แถมยังเป็นตุ๊กแกที่สามารจับขึ้นมืออย่างที่ไม่ต้องกลัวมันกัดกันเลยทีเดียว ตุ๊กแกเสือดาวในวัยโตเต็มที่นั้น ควรจะเลี้ยงในตู้ขนาด 15แกลลอน สามารถรองพื้นได้ทั้ง ทราย หนังสือพิมพ์ และอื่นๆอีกมากมาย และควรมี
hide box อยู่ในที่เลี้ยงด้วยเช่นกัน ให้ใช้มอสพรมน้ำให้ชื้นๆแล้วนำไปไว้ใน h.b.และควรเปลี่ยนมอสทุกๆ 2-3 วันเพื่อ
สุขภาพอนามัยที่ดีของตุ๊กแกเสือดาว สำหรับอาหารนั้น ตุ๊กแกเสือดาวรับประทาน จิ้งหรีด ,หนอนนก ,wax worm และเพื่อสุขภาพที่ดีของสัตว์เลี้ยง ก่อนจะนำจิ้งหรีดหรือแมลงอื่นๆไปให้สัตว์เลี้ยงเรากิน ควรที่จะ คลุกผงแคลเซียม หรือ กระดองปลาหมึก เพื่อเพิ่มแคลเซียมในตัวสัตว์เลี้ยงของคุณ และยังเป็นป้องกันการเกิดโรคที่เกิดจากการ ขาดแคลเซียมต่างๆอีกมากมาย
อีกอย่างนึง ราคาของตุ๊กแกเสือดาว นั้นก็ไม่แพงมากจนเกินไป ทำให้เป็นตุ๊กแกที่น่าเลี้ยงจริงๆครับ
3.
The Bearded dragon
Bearded Dragon มังกรแห่งท้องทะเลทราย ......เบี๊ยดดราก้อนเป็นสัตว์ที่เมื่อโตเต็มที่แล้ว ต้องการความกว้างของพื้นที่มากกว่าสัตวือย่างคอร์น สเน็คและตุ๊กแกเสือดาวที่กล่าวมาข้างต้น แต่ยังเป็นสัตว์ที่ง่ายสำหรับการเลี้ยงในที่อย่างอพาร์ทเม้นท์ หรือห้องเช่า เมื่อโตเต็มที่แล้ว ขนาดตู้ที่แนะนำในการเลี้ยงคือตู้ขนาด 45แกลลอน เบี๊ยดนั้นเป็นสัตว์ที่ต้องการUvb สูงมาก ดังนั้นถ้าคิดจะเลี้ยงในที่ร่ม สิ่งที่คุณจำเป็นต้องมีแน่ๆอย่างหนึ่งเลย คือ หลอดuvนั่นเองคับ อุณหภูมิที่เหมาะสมกับการเลี้ยงเบี๊ยด ก็คือ 75-95F และแน่นอนสำหรับ ผู้ที่เลี้ยงในร่มยังจำเป็นต้องมีหลอดความร้อนด้วย และควรตั้งให้หลอดความร้อน อยู่มุมใดมุมนึงของสถานที่เลี้ยง เบี๊ยดจะได้สามารถ ไปหาที่เย็นกว่า
ได้ ในกรณีที่มันร้อนเกินไป สำหรับที่รองพื้นของเบ๊ยดนั้น สามารถใช้ได้ทั้งทราย และหนังสือพิมพ์ และอื่นๆ เรื่องอาหารการกินของเบี๊ยดนั้น อาหารหลักของเบี๊ยดคือ แมลง ทั้งจิ้งหรีด หนอนนก และ wax worm แต่ใน
ธรรมชาตินั้น เบี๊ยดเป็นสัตว์ที่กินอาหารจำพวกพืชด้วย ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีของเบี๊ยด ควรให้
ผักแก่เค้า 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์ด้วยนะครับ
และเพื่อสุขภาพที่ดีของสัตว์เลี้ยง ก่อนจะนำจิ้งหรีดหรือแมลงอื่นๆไปให้สัตว์เลี้ยงเรากิน ควรที่จะ คลุกผงแคลเซียม หรือ กระดองปลาหมึก เพื่อเพิ่มแคลเซียมในตัวสัตว์เลี้ยงของคุณ และยังเป็นการป้องกันการเกิดโรคที่เกิดจากการ ขาดแคลเซียมต่างๆอีกมากมาย
4.
The California Kingsnake
California Kingsnake ราชานักโทษ......คิงส์ เสน็คเป็นงูที่เหมาะกับมือใหม่ เช่นเดียวกันกับ คอร์น เสน็ค ด้วยลายที่มีให้เลือกมากมาย และความหลากหลายของสี บวกกับนิสัยที่ไม่ก้าวร้าวของงูตัวนี้ ทำให้เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในอเมริกา ไม่แพ้คอร์นเสน็คเลยทีเดียว เช่นเดียวกับเจ้าคอร์น คิง เสน็คเมื่อโตเต็มวัย สามารถอาศัยอยู่ในตู้ขนาด20แกลลอนได้สบายๆ ส่วนอุณหภูมิที่เหมาะสม คือ 75-86F ยังไงก็ตามแต่ ชื่อของมันนั้นไม่ได้สักแต่จะตั้ง แต่มันเป้น kingsnake โดยกำเนิดจิงๆ ในธรรมชาตินั้น อาหารของคิงส์เสน็ค คือ งูด้วยกันเอง อีกทั้งความสามารถของคิงส์ เสน็ค คือมันมีภูมิต้านทานพิษของงูพิษชนิดต่างๆได้เป็นอย่างดี เรียกว่างูอะไรที่เข้าปากมันได้มันเอาหมด ไม่ว่าจะเป็นงูพิษ หรืองูชนิดอื่นๆก็ตาม ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการเลี้ยงรวม แม้แต่คิงส์เสน็คด้วยกันเองก็ตาม สุดท้ายอย่าลืมน้ำสะอาดในที่เลี้ยงตลอดเวลา และhide boxสำหรับงูด้วยนะครับ
5.
Blue-tongued skinks
[table=550 border=0][tr][td]
Blue-tongued skinks จิ้งเหลนลิ้นสีน้ำเงิน......บลูทั้งก์ สกิ้งค์ เป็นสัตวืเลี้ยงที่เรียกได้ว่า ยอดเยี่ยมสำหรับมือใหม่โดยแท้เลยก็ว่าได้ครับ เจ้าจิ้งเหลนตัวนี้เมื่อโตเต็มวัย ขนาดตู้ที่เหมาะสมของมันก็คือ 30แกลลอน ส่วนอุณหภูมิที่เหมาะสม ก็คือ 75-90F ถึงแม้ว่าบลูทั้งก์ จะมีความต้องการ
รังสีuv น้อยกว่ากิ้งก่าอย่างเบี๊ยด ดราก้อน แต่หลอดยูวีจำเป็นต้องมีอยุ่เสมอในกรณีที่คุณเลี้ยงในที่ร่ม ชามน้ำเป้นอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับบลูทั้งก์ เอาแบบที่บลูทั้งก์สามารถเอาตัวลงไปนอน แช่ได้ยิ่งดี ส่วนที่รองพื้นก็ใช้เหมือนกับ สัตว์ที่กล่าวมาข้างต้น สำหรับอาหารของบลูทั้งก์นั้น ควรให้ทั้งเนื้อสัตว์ และผักผลไม้ด้วย สำหรับคนที่ชอบให้อาหารกระป๋องนั้น แนะนำว่าให้ใช้อาหารกระป๋องของแมวจะดีกว่าอาหารของหมาคับ สำหรับบลูทั้งค์นั้น ควรให้อาหาร3-4 ครั้งต่ออาทิตย์ และอย่าลืมคลุกแคลเซียมลงไปในอาหารด้วยนะคับ เพื่อสุขภาพที่ดี ของสัตว์เลี้ยงคุณ
........สุดท้าย ที่ผมเรียบเรียงบทความนี้ขึ้นมา เพียงเพื่ออยากให้มือใหม่หลายๆคนที่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง สามารถเริ่มได้บ้าง ไม่ใช่เอาแต่โพสถาม
ว่า "มีเงินเท่านี้ ซื้อตัวอะไรมาเลี้ยงดีครับ? " เพราะเมื่อคุณมีสัตว์ที่คุณคิดว่าคุณอยากจะเลี้ยงมันแล้ว คุณควรจะเริ่มศึกษาในตัวมัน ไม่ใช่อยากได้แล้วก็รีบวิ่งโร่ไปซื้อมาเลย
แล้วค่อยมาโพสถาม มันไม่ดีหรอกคับ ทั้งต่อตัวสัตว์เลี้ยงและตัวผู้เลี้ยงเองด้วย ที่ผมเขียนมาเป็นการแนะนำแนวทางเล็กๆน้อยๆเท่านั้น และไม่ใช่ว่าสัตว์ตัวแรกของทุกคน
จะต้องเป็นเจ้าพวกนี้เสมอไป เพราะผมคิดว่าถ้าเราชอบอะไรสักอย่าง และศึกษาให้ดี สัตว์ทุกตัวเลี้ยงไม่ยากเกินความสามารถของทุกคนแน่นอนคับ ยังไงขอฝากบทความนี้
ให้ทุกคนได้อ่านกันด้วยนะคับ ....
[/td][/tr][tr][td]6.
เวล คาเมเลี่ยน (Veiled Chameleon : Chamaeleo calyptratus)
(Veiled Chameleon : Chamaeleo calyptratus) จัดว่าเป็นคาเมเลี่ยนสายพันธุ์หนึ่งที่ได้รับความนิยมมากในเมืองไทย เพราะความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในไทยได้ง่าย และความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้นักเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลานในไทยหลายท่านกล่าวทำนองเดียวกันว่า "หากจะเลี้ยงคาเมเลี่ยนซักตัว ควรเริ่มเลี้ยงจากเวลเสียก่อน" แต่การหาข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ตัวนี้ในไทยนั้นเองก็ยังมีไม่มากนักอาจจะเพราะด้วยปัจจัยการเลี้ยงที่ยังจำกัด เช่น เรื่องอาหาร สัตวแพทย์ที่มีทักษะด้านสัตว์เลื้อยคลาน ยังมีอยู่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับสาขาอื่น และโดยมากมักเป็นสัตวแพทย์ของสวนสัตว์หรือหน่วยงานเฉพาะด้าน อีกทั้งการจัดการการเลี้ยงที่ค่อนข้างต้องการ การเอาใจใส่มากกว่าสัตว์เลื้อยคลานชนิดอื่นๆอีกหลายชนิด บทความในครั้งนี้จึงอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เกิดความเข้าใจในตัวสัตว์เลี้ยงชนิดนี้มากขึ้นและหวังว่าจะช่วยให้เกิดความสนใจในการเลี้ยงคาเมเลี่ยนในเมืองไทยมากขึ้นครับ ยังมีอีหลายชนิดวันนี้พอก่อน555 [/td][/tr][/table]